จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อรถมีกลิ่นอับ จะแก้รถเหม็นอับยังไง

จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อรถมีกลิ่นอับ จะแก้รถเหม็นอับยังไง

เชื่อแน่ว่าปัญหาอันน่าปวดหัวของคนรักรถหลายครั้งที่มักเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ นั่นคือ คราบและกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ที่แอบเลอะเปรอะเปื้อนอยู่ตามพรมปูพื้นรถยนต์หรือพื้นที่บุผ้าต่าง ๆ ในบริเวณห้องโดยสารจนกลายมาเป็นปัญหากลิ่นรถเหม็นอับที่ดูจะแก้ไขได้ยาก ในบริเวณพื้นที่พรมปูพื้นรถยนต์หรือพื้นที่บุผ้าว่าจะมีวิธีการอย่างไร รับรองว่าสะอาด สดชื่น  ไหนจะคราบเปรอะเปื้อนที่ซักล้างออกได้ยากที่อาจต้องพึ่งความช่วยเหลือจากร้านคาร์แคร์ แถมยังมีกลิ่นอันไม่พึ่งประสงค์ตลบอบอวลในรถอีกด้วย รู้ใจจึงอยากนำเทคนิคดี ๆ มานำเสนอให้กับทุกคนกับวิธีจัดการคราบสกปรกและกลิ่นรถเหม็นอับที่เกิดจากความเปรอะเปื้อนของอาหารและสิ่งต่าง ๆ เหมือนพึ่งพารถไปทำความสะอาดที่ร้านคาร์แคร์ออกมาใหม่ ๆ กันเลยทีเดียว

 

ความสกปรกบนพรมปูพื้นรถยนต์หรือบุผ้าที่ทำให้รถเหม็นอับ แก้ได้ไม่ยาก

ความสกปรกบนพรมปูพื้นรถยนต์หรือส่วนบุผ้าภายในห้องโดยสาร คือส่วนที่ต้องการการดูแลและเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพราะหลายแห่งคือ พื้นที่สัมผัสกับร่างกายของเรา เช่น เบาะนั่งโดยสารที่มีส่วนประกอบของผ้า รวมไปถึง คือความสวยงามที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่อย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งรอยเปรอะเปื้อนที่อาจกลายเป็นปัญหาหมักหมมจนเกิดกลิ่นรถเหม็นอับ ซึ่งวิธีการแก้ไขมีหลายวิธี ส่วนพรมบุผนังหรือชิ้นส่วนต่าง ๆ ภายในห้องโดยสาร สิ่งสำคัญที่จะทำให้การดูแลทำความสะอาดได้ผลมากที่สุดคือควรดูที่มาที่ไปของคราบต่าง ๆ

 

คราบสกปรกต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับกลิ่นรถเหม็นอับอันไม่พึงประสงค์

คราบสกปรกส่วนใหญ่แล้ว ปัญหาของกลิ่นรถเหม็นอับในพื้นที่ที่เป็นพรมปูพื้นรถยนต์และส่วนบุผ้าของรถมักเกิดขึ้นจากการสะสมตัวของความชื้น จนเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของเชื้อราและแบคทีเรีย ที่ในระหว่างกระบวนการการย่อยสลายสิ่งสกปรกหรือคราบเปรอะเปื้อนต่าง ๆ จุดกำเนิดของตัวการสร้างกลิ่นรถเหม็นอับเหล่านี้มาจากความชื้นที่สะสมตัวอยู่บนพรมปูพื้นรถยนต์นั่นเอง ซึ่งเจ้าความชื้นที่ว่ามีที่มาทั้งจากความเปียกชื้นโดยทั่วไปที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ เช่น การเดินเหยียบน้ำแล้วขึ้นมาบนรถพร้อมกับเหยียบหรือสัมผัสในส่วนพื้นที่บุผ้า จะส่งแก๊สออกมา ซึ่งแก๊สเหล่านั้นคือที่มาของกลิ่นเหม็นอับต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในรถนั่นเองแล้วเจ้าแบคทีเรียและเชื้อราเหล่านี้มีที่มาจากไหน  ซึ่งในรูปแบบนี้วิธีการดูแลรักษาสามารถทำได้ไม่ยาก

แต่ถ้าคราบเปรอะเปื้อนทั้งหลายที่เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและเชื้อรามาจากคราบอาหารหรือคราบน้ำมัน ซึ่งแน่นอนว่าการซักพรมปูพื้นรถยนต์หรือส่วนบุผ้า ดูเป็นเรื่องลำบากอย่างยิ่งในการจัดการ บางคนไม่รู้ก็หวังให้คาร์แคร์เป็นที่พึ่งตัวช่วยเพื่อทำความสะอาดให้ภายในรถกลับมาใหม่เหมือนเดิมแต่บทความนี้ รู้ใจมีวิธีการจัดการแบบง่าย ๆ งานนี้อาจเป็นเรื่องปวดหัวสำหรับคนรักรถที่จะต้องไล่จัดการทำความสะอาดให้หมด มาฝากทุกคน รับรองว่าแก้ไขปัญหาได้อย่างชะงักงันและหมดปัญหาทั้งเรื่องคราบสกปรกและกลิ่นอับไปทั้งหมดอย่างแน่นอน

 

วิธีดับกลิ่นในรถที่เหม็นอับ โดยไม่ต้องพึ่งคาร์แคร์

การดับกลิ่นโดยไม่พึ่งคาร์แคร์ สำหรับการจัดการแก้ไขปัญหาความชื้นหรือคราบอาหารที่ก่อให้เกิดกลิ่นอับที่แอบซ่อนตัวอยู่ในรถของเรา สามารถจัดการแก้ไขได้ไม่ยาก ซึ่งมีวิธีการจัดการต่าง ๆ ดังนี้

 

ความชื้นจากฝนหรือเหยียบแอ่งน้ำแล้วก้าวขึ้นรถ

ความชื้นจากฝน หรือเหยียบแอ่งน้ำ สำหรับการเปียกชื้นเช่นนี้ ถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำโดยเฉพาะช่วงฤดูฝนที่ผู้ขับขี่ทุกคนจำเป็นต้องเดินลุยน้ำกลับมาที่รถ และกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ราดำที่สร้างความสกปรกและทำให้รถมีกลิ่นอับอยู่เสมอ นำเอาความชื้นต่าง ๆ กลับมาสะสมตัวอยู่ในรถ วิธีการแก้ปัญหาที่รวดเร็วที่สุด คือ ถอดเอาชิ้นส่วนที่เป็นผ้าหรือพรมปูพื้นรถยนต์ออกมาตากในที่ร่มให้เร็วที่สุด ซึ่งในปัจจุบันวัสดุเหล่านี้สามารถซักตากให้แห้งได้อย่างรวดเร็ว

แต่ถ้าเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถถอดออกมาได้ ที่เป็นในส่วนของเบาะผ้าหรือพรมปูพื้นรถยนต์ระหว่างที่นั่งคนขับ สิ่งที่ง่ายที่สุดคือการใช้กระดาษชำระปูทับเป็นชั้น ๆ ปัญหากลิ่นอับและคราบสกปรกทั้งหลายก็จะห่างไกลไปจากรถคุณภายในทันที โดยกระดาษชำระจะทำหน้าที่ดูดซับความชื้นในพื้นที่เหล่านั้นให้แห้ง สะอาด จากนั้น ให้จอดรถในที่โล่งกว้างและมีแสงแดดส่องถึง เปิดประตูรถระบายอากาศให้ภายในรถแห้งทั้งหมด

 

คราบจากอาหาร น้ำยำ ส้มตำ ฯลฯ หกใส่พรมปูพื้นรถยนต์หรือเบาะผ้า

คราบจากอาหาร เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่พบเจออยู่เสมอกับความเปียกชื้นที่มาพร้อมกับความสกปรกและกลิ่นเหม็นอับก็คือคราบอาหารต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยความไม่ตั้งใจ เช่น น้ำจิ้ม หรือ น้ำแกง ไม่อาจปล่อยทิ้งเอาไว้ได้เพราะคราบอาหารเหล่านี้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและแบคทีเรียได้เป็นอย่างดี ราดภายในพื้นที่รถ ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่ความเปรอะเปื้อนเหล่านี้เกิดขึ้บนพื้นที่บุผ้าหรือพรมปูพื้นรถยนต์แล้ว จึงต้องรีบจัดการโดยเร็วที่สุดสำหรับวิธีการทำความสะอาดคราบอาหาร ให้ใช้น้ำอุ่นผสมน้ำสบู่ชุบเช็ดไปช้า ๆ วน จากนั้นใช้กระดาษชำระวางทับ ซับ ย้ำให้แห้งและจอดรถตากแดดไว้จนความเปียกชื้นทั้งหลายหายสนิท จากด้านนอกเข้าหาด้านในเพื่อไม่ให้การเปรอะเปื้อนกระจายตัวออกไปเป็นวงกว้างมากกว่าเดิม โดยการใช้นั้นต้องให้พื้นที่ที่สกปรกเปียกชื้นให้น้อยที่สุด

 

คราบอาเจียนหรือคราบโคลน

คราบอาเจียน หรือคราบโคลน ปัญหานี้ที่เกิดขึ้นด้วยความไม่ตั้งใจ ไม่รู้ตัว แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วควรแก้ไขในทันที เพราะคราบโคลนและคราบอาเจียนหากทิ้งไว้จนแห้งจะกลายเป็นคราบฝังแน่นเกาะตัวติดกับพื้นที่ที่เป็นผ้า และ ไล่เช็ดจากวงนอกเข้าไปหาด้านในเป็นการกันไม่ให้สิ่งสกปรกกระจายตัวออกไปเป็นวงกว้าง และขั้นตอนสุดท้ายคือการนำรถไปตากแดดไว้เพื่อเป็นการทำลายเชื้อราและแบคทีเรียไม่ให้ลุกลามขยายตัวออกไปอีก สร้างปัญหาความอับชื้นในทันที สำหรับการทำความสะอาดให้ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหมาด ๆ ค่อย ๆ

 

คราบหมากฝรั่ง ฝันร้ายภายในรถของคุณ

คราบหมากฝรั่ง อีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความปวดหัวสำหรับคนรักรถ นั่นคือ คราบหมากฝรั่งที่ไปแอบซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ สำหรับการแก้ไขปัญหาในรูปแบบนี้ ห้ามใจร้อนรีบหยิบหมากฝรั่งออกไปเป็นอันขาด วิธีที่ดีที่สุดสำหรับการจัดการคือการใช้น้ำแข็งประคบจุดที่เปื้อนหมากฝรั่งอยู่จนกระทั่งหมากฝรั่งแข็งตัว เพราะจะยิ่งทำให้ปัญหาซับซ้อนเพราะยางของหมากฝรั่งจะยิ่งยืดยาวสร้างความเปรอะเปื้อนไปทั่วคันรถมากยิ่งขึ้น จากนั้นค่อยทำการหยิบหมากฝรั่งออกไปโดยที่หมากฝรั่งจะหลุดออกมาทั้งก้อนทั้งหมด เพราะคุณสมบัติของความเย็น ลดอาการเหนียวหนืดทั้งหมด สามารถเก็บออกมาได้โดยง่าย จะทำให้หมากฝรั่งแข็งตัวโดยง่าย

 

การเปื้อนสารเคมี น้ำมันต่าง ๆ

การเปื้อนสารเคมี ถือเป็นอีกหนึ่งกรณีที่เกิดขึ้นไม่บ่อยแต่ถ้าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็นับเป็นงานช้างที่ต้องแก้ไขโดยด่วน สำหรับการเปื้อนในรูปแบบนี้ ให้ไวที่สุดก่อนที่สารเคมีเหล่านี้จะจับตัวจนกลายเป็นคราบฝังแน่นต้องใช้แชมพูสำหรับการซักล้างพรมโดยเฉพาะล้างทำความสะอาด หรือสร้างปัญหาให้พื้นที่บุผ้าหรือพรมปูพื้นรถยนต์ละลายเสียหายไป ในทุกกรณีที่มีการเปียกชื้นภายในห้องโดยสารห้ามใช้อุปกรณ์เป่าลมร้อน

ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำความสะอาดรถมาเป่าพื้นที่เปียกชื้นเพื่อทำให้แห้งโดยเด็ดขาด เพราะคุณไม่รู้ว่าวัสดุต่าง ๆ หากพื้นที่การเปื้อนมีขนาดกว้างมาก การทำความสะอาดด้วยช่างชำนาญงานย่อมเป็นเรื่องที่จำเป็นและไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จะสามารถทนทานต่อความร้อนได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งอาจทำให้ผ้าหรือพรมในบริเวณนั้น แข็งกระด้าง หรือไหม้ละลายไปเลยก็เป็นได้

 

โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ